ห้างหุ้นส่วนจำกัด อิศวภาเอ็นจิเนีย บริการ รับออกแบบงานเตาเผาทุกแบบ ผลิตเตาเผาขยะ และเตาเผาศพปลอดมลพิษ ( มีใบรับรองของกรมอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม) รับเหมาต่อเติมหรือซ่อมแซมงานเตาเผาถูกแบบ ใช้วัสดุมาตราฐาน มอก.และ ต่างประเทศ รับประกันงานนานถึง 2 ปี ราคาของเราถูกกว่าคุณภาพเต็มกว่า

ติดต่อ คุณ วรสิทธิ์ อิศวภา  083 – 1550448

หจก.อิศวภาเอ็นจิเนีย

92 หมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000

โทรศัพท์ : 083-1550448

E-mail: worasit0177@gmail.com

http://www.incineratorth.com

การออกแบบงานเตาเผาขยะ เชิงวิศวกรรม ลักษณะทางเคมีของขยะมูลฝอยชุมชน
ลักษณะทางเคมีขององค์ประกอบของขยะมูลฝอยชุมชนมีความสำคัญ ต่อการประเมินทางเลือกในกระบวนการกำ จัดขยะมูลฝอย เช่น การใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้จำ เป็นต้องทราบองค์ประกอบของขยะมูลฝอยก่อน เนื่องในขยะมูลฝอยจะมีสารที่เผาไหม้ได้และสารที่เผาไหม้ไม่ได้ รวมทั้งค่าความชื้นในขยะมูลฝอย ข้อมูลของคุณสมบัติทางเคมีสำคัญมาก ในการประเมินความเป็นไปได้ของการแปลงรูปหรือการคืนรูปของขยะมูลฝอย เช่นการพิจารณาใช้วิธีการกำ จัดขยะมูลฝอยนั้นๆ โดยหวังจะได้พลังงานความร้อนมาใช้ประโยชน์ ส่วนประกอบทางเคมีที่สำคัญได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน ซัลเฟอร์ และขี้เถ้า ตารางที่ 2.2 แสดงค่าเฉลี่ยทั่วไปของส่วนประกอบทางเคมีของขยะมูลฝอยที่เผาไหม้ได้ สำ หรับค่าพลังงานความร้อนนอกจากวัดค่าได้โดยตรงจากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องพลังงานจุดระเบิด หรืออาจหาได้จากการคำ นวณจากส่วนประกอบทางเคมี

– หลักการเผาไหม้
การเผาไหม้เป็นการเกิดปฎิกิริยาอย่างรวดเร็วของออกซิเจนกับส่วนประกอบที่เผาไหม้ได้ของเชื้อเพลิง สารเผาไหม้ได้มีส่วนประกอบทางเคมีที่สำ คัญ 3 อย่าง ได้แก่ คาร์บอน, ไฮโดรเจนและซัลเฟอร์ทั้งนี้ซัลเฟอร์จะมีความสำ คัญน้อยในการเป็นแหล่งความร้อน แต่มีความนัยสำ คัญในกรณีที่ทำ ให้เกิดการกัดกร่อน และปัญหามลพิษส่วนคาร์บอนและไฮโดรเจนเมื่อถูกเผาไหม้โดยสมบูรณ์กับออกซิเจน สามารถแสดงได้ตามสมการที่ 2.3 และ 2.4
C + O2 = CO2 + 32,797 kJ/kg ของ คาร์บอน (2.3), 2H2 + O2 = 2H2 + 142,119 kJ/kg ของ ไฮโดรเจน (2.4)

ปฏิกิริยาของการเผาไหม้จะเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic) และจะปล่อยความร้อนออกมาประมาณ 32,797 kJ/kg ของคาร์บอนที่ถูกเผาไหม้และ 142,119 kJ/kg ของไฮโดรเจนถูกเผาไหม้ ในการเผาไหม้ที่ดีจะต้องปล่อยความร้อนออกมาทั้งหมด ขณะที่เกิดการสูญเสียจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และการใช้อากาศส่วนเกินน้อยที่สุด การรวมกันของส่วนประกอบที่เผาไหม้ได้และองค์ประกอบของเชื้อเพลิงกับออกซิเจนต้องการ อุณหภูมิที่สูงเพียงพอที่จะทำ ให้องค์ประกอบต่างๆ ติดไฟ (Ignite) การผสมกันหรือการปั่นป่วน (Mixing or Turbulence) และเวลาที่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์การคำ นวณการเผาไหม้ในรูปของส่วนผสมแก๊ส (Gaseous Mixture) สามารถแสดงโดยโมล เพราะปริมาตรที่เท่ากันของแก็สที่ความดัน และอุณหภูมิหนึ่งจะมีจำ นวนโมเลกุลเท่ากันตามกฎของอะโวกราโด (Avogradro’s law) และนํ้าหนักของแก๊สที่ปริมาตรเท่ากันเป็นสัดส่วนกับนํ้าหนักโมเลกุลของแก๊สนั้น

– ความร้อนจากการเผาไหม้ ความร้อนจากการเผาไหม้จะเกี่ยวข้องกับนํ้าหนักและปริมาตรของเชื้อเพลิงกับออกซิเจนหรืออากาศในกระบวนการเผาไหม้ภายในเตาเผา พลังงานความร้อนเกิดจากสารที่เผาไหม้ได้แต่ละตัวกับออกซิเจน ซึ่งการเผาไหม้ต้องดำ เนินไปจนกระทั่งให้ผลิตภัณฑ์สุดท้าย 1 kg ของคาร์บอนทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำ ให้เกิดความร้อนประมาณ 32,564 kJ พลังงานนี้เป็นการเกิดปฏิกิริยาในขั้นตอนเดียวเพื่อสร้าง CO2 แต่ถ้าภายใต้เงื่อนไขอื่น พลังงานจะแยกออกเป็น 2 ขั้นตอน ในขั้นตอนแรกจะเป็นคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) ซึ่งจะให้ความร้อนประมาณ 9,211 kJ ของคาร์บอน และในขั้นที่สองของคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) จะรับพลังงานเพื่อรวมกันเป็น CO2 และปล่อยพลังงานออกมา 23,586 kJ/g ของคาร์บอน ถึง 33,366.5 kJ/g ของคาร์บอน อย่างไรก็ตามผลรวมของความร้อนที่ถูกปล่อยทั้งสองขั้นตอนเท่ากับ 32,797 kJ/g ของคาร์บอน เมื่อคาร์บอนถูกเผาไหม้เพื่อให้เกิด CO2เป็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายการออกแบบเครื่องมือที่ใช้ในการเผาไหม้วิธีการเผาไหม้จะต้องเป็นการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ระหว่างเชื้อเพลิงกับออกซิเจนและเกิดเป็น CO2 ไม่ควรเกิดเป็น CO แต่ถ้าคาร์บอนรวมตัวกันเป็น
CO แทนที่จะเป็น CO2 พบว่ามีการสูญเสียความร้อนที่ปล่อยออกมาประมาณร้อยละ 28 ของความร้อนที่ใช้ประโยชน์ (Available Heat) ของคาร์บอนที่ถูกปล่อยจากเชื้อเพลิง

– การวัดความร้อนจากการเผาไหม้
หน่วยความร้อนของการเผาไหม้เชื้อเพลิงมีหน่วยเป็น kJ หรือ kcal ค่าความร้อนของการเผาไหม้สามารถหาได้โดยใช้คาลอรี่มิเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดความร้อนที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างการเผาไหม้ ผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้ในคาลอรี่มิเตอร์จะถูกทำ ให้เย็นลงที่อุณหภูมิเริ่มต้นและความร้อนที่ถูกดูดโดยตัวกลางที่เย็น ซึ่งจะเป็นตัวที่วัดค่าเพื่อหาค่าความร้อนสูงหรือความร้อนทั้งหมดของการเผาไหม้ (Higher or Gross Heat of Combustion)สำ หรับเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งและเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลว ใช้คาลอรี่มิเตอร์แบบบอมบ์(Bomb Calorimeter) ซึ่งสารที่เผาไหม้ได้จะถูกเผาในปริมาตรที่คงที่ของออกซิเจน ทำ ให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ความร้อนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะถูกดูดซับ และวัดค่าสำ หรับเชื้อเพลิง คาลอรี่มิเตอร์ ใช้ชนิดต่อเนื่อง หรือชนิดการไหลที่คงที่

– อุณหภูมิของจุดติดไฟ
อุณหภูมิของจุดติดไฟ หมายถึง อุณหภูมิซึ่งความร้อนที่เกิดจาการเผาไหม้มากกว่าความร้อนที่สูญเสียไปกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นกระบวนการเผาไหม้กลายเป็นกระบวนการดำ เนิน การได้เอง(Self – Sustaining) อุณหภูมิติดไฟและสารที่เผาไหม้ได้จะแปรตามชนิดของสารนั้น แสดงดังตารางซึ่งแสดงอุณหภูมิต่ำวัสดุ และชว่ งของอณุ หภมิใ นอากาศสำ หรับเชื้อเพลิงและองค์ประกอบของสารเผาไหม้ได้ของเชื้อเพลิง มีตัวแปรหลายอย่างที่มีผลต่ออุณหภูมิการติดไฟ เช่น ความดัน,ความเร็ว, ระบบที่ล้อมรอบ (Enclose Configuration) วัสดุที่เป็นตัวเร่ง (Catalytic Materials) การผสมกันของอากาศ, เชื้อเพลิง, และจุดที่ติดไฟมีตัวแปรอย่างอุณหภูมิติดไฟ (Ignition Temperature)จะลดลงกับการเพิ่มขึ้นของความดันและเพิ่มขึ้นเมื่อความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้น

p2

p3

p4

p5

p6

p7

p8

p9

p10

p11

p12

p13

p14

p15

p16

 

p18

p19

p20

p21

p22

p23

p24

 

ลิงค์ VDO 1
ลิงค์ VDO 2

ติดต่อ คุณ วรสิทธิ์ อิศวภา  083 – 155-0448

หจก.อิศวภาเอ็นจิเนีย

92 หมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000

โทรศัพท์ : 083-155-0448

E-mail: worasit0177@gmail.com

http://www.incineratorth.com

Did you like this? Share it: